TH  EN

 




หลักสูตรการศึกษาตื่นรู้
     
กรอบการมองปัญหา
คนส่วนมากจะเข้าใจว่า การศึกษาเป็นเรื่องที่รัฐจัดหาให้ เป็นเรื่องนโยบาย เป็นเรื่องระบบและโครงสร้างในการจัดการ รวมทั้งเป็นเรื่องกฎหมาย พ.ร.บ. และรัฐธรรมนูญ ในวงการสนทนาเรื่องการศึกษา ครูมักจะเป็นจำเลยของวงสัมมนา เสมือนครูมีความบกพร่องในหน้าที่ๆ ต้องรับผิดชอบ ในภารกิจของตนในการบ่มเพาะลูกหลานของชาวบ้าน เนื่องด้วยภารกิจของครูนั้นยิ่งใหญ่จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเป็นจำเลยในเรื่องการศึกษาทุกครั้งไป

แต่คนลืมไปว่า การศึกษาเป็นเรื่องของตัวเราเอง คนไม่สังเกตว่ามันเป็นเรื่องของ การรับรู้ที่เป็นกลไกตามธรรมชาติ ของจิตเรา เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่รอดอย่างไม่ทุกข์ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ให้ความสำคัญกับประเด็นกลไกการเรียนรู้ของคนมากกว่าเรื่องระบบโครงสร้างและนโยบาย เนื่องด้วยประการหลังมันเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับคนในสังคมมากมาย แต่การมาดูที่กลไกการเรียนรู้ของคนนั้น เราทำได้ภายใต้หน่วยงานที่ทำงานเล็กๆ และไม่ต้องมีงบประมาณมากมาย หรือทำท่ามกลางการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนได้โดยที่มันไม่ทุกข์ด้วยทำได้ด้วยตนเอง

วิธีการแก้ปัญหาที่ดี ควรเริ่มต้นที่ตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องไปรอให้คนอื่นแก้ก่อน ตัวเองจึงจะแก้ตาม เหมือนกับปัญหาทั้งหลายของสังคมที่เป็นอยู่ขณะนี้ ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เคยได้รับรางวัลด้านการทำประโยชน์ให้กับสังคมจากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับระดับภูมิภาค เขาพยายามเคลื่อนไหวผลักดันให้มีการแก้ปัญหาใหญ่ๆและมีความสำคัญในสังคมไทยเรามากมาย ด้วยวิธีการต่างๆ และที่สุดเขาก็เห็นว่ากลไกทางกฎหมายนั้นมีความสำคัญมาก เขาจึงก้าวขึ้นไปแก้ที่กฎหมายโดยการเข้าไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา เพราะเห็นว่า การเป็น ส.ส.นั้นต้องสังกัดพรรคการเมืองซึ่งไม่สะอาดพอ ก็เป็นสิ่งที่มีคุณูปการต่อสังคมไทย

แต่ผลลัพธ์เหล่านั้นมันก็ยังไม่เร็วพอที่จะเปลี่ยนแปลงระบบให้ทันกับ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า ในสังคมได้ การรอคอยผู้มากบารมีเช่นพระเจ้ามาช่วยเรานั้นหมดยุคไปแล้ว เราทุกคนต้องพยายามช่วยตนเองให้ได้ก่อน พระเจ้าจึงจะมาช่วยเรา

การศึกษาตัวเอง ไปเข้าใจกลไกการเรียนรู้ตามธรรมชาติของตัวเอง เป็นสิ่งที่ตนเท่านั้นจะเข้าใจตนเองได้ เพราะเป็นการเข้าใจจิตของเราเอง วิธีการศึกษาเรียนรู้แบบนี้มีผู้ชี้แนะไว้ให้แล้ว ไม่ใช่สิ่งใหม่และมีความลึกลับซับซ้อนแต่อย่างไร เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาสองพันกว่าปีแล้ว เราที่ชื่อว่าเป็นชาวพุทธต้องมาปัดฝุ่น หาความรู้นี้นำมาศึกษาแบบ “ทำได้ด้วยตนเอง” ไม่ต้องไปรอคอยใคร การเรียนรู้

ความรู้ในสมองของแต่ละคนนั้นเป็นผลผลิตของการเรียนรู้ของคนนั้น ครูเอาความรู้มาอัดใส่สมองใครไม่ได้ ครูได้แต่เป็นผู้สร้างเหตุปัจจัย สร้างแรงจูงใจให้นักเรียนดึงเอาพละ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ภายในใจออกมาสร้างการเรียนรู้ของตนเอง ถ้าเราจะพิจารณาการเรียนรู้ในกรอบทฤษฎีตามที่กล่าวมาแล้ว คือการเข้ารหัสข้อมูลที่อยู่ในรูปภาษาสื่อสาร มาสู่การเข้ารหัสเป็นภาษาใจ ตามแผนภูมิที่แสดงแล้วนั้นดังนั้นความสำคัญการเรียนรู้จึงอยู่ที่การเข้ารหัสภาษาใจ การเรียนรู้ของคนในเรื่องหนึ่ง คือการเข้ารหัสโปรแกรมขันธ์ห้าขึ้นมาชุดหนึ่ง ผลิตผลของกระบวนการนี้คือ ตัวความรู้ มันจะบิดเบี้ยวไปจากความจริงตามธรรมชาติอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมขันธ์ห้านี่แหละ
     
   
 
>> ไฟล์ข้อมูลหลักสูตรการศึกษาตื่นรู้ฉบับสมบูรณ์  
     
     
     
   


© 2011 Energy Ashram: Appropriate Technology Association 135/4 Moo4 Thanarat Road, Tambol Moosri, Pakchong District, Nakornratchasima 30130 Tel.& Fax(+66)44 297621
Mobile (+66)81 689 5045 , (+66)81 6600 377 E-mail : se@ata.or.th Admin